posted on 11 Dec 2009 21:47 by avartar
มีทฤษฏี 1 ที่คนทั่วไป หรือ แม้แต่นักวิทยาศาตร์ที่มีความสามารถ มีเครื่องมือที่เพรียบพร้อมขนาดไหนก็ตามก็ไม่สามารถหาคำตอบที่แน่นอนของทฤษฏีนี้ได้เลยหรือ นิยามที่แน่ชัดก็ยังไม่มีใครสามารถที่จะเข้าใกล้มันได้เลย ทฤษฏีที่ว่านี้ก็คือ ทฤษฏีแห่งความรัก นั้นเอง
มีนิยามต่างๆที่ผ่านเข้ามาในชีวิตเราเกี่ยวกับความรักนี้ แต่เมื่อเราเริ่มต้นที่จะค้นหาถึงนิยามของมันนั้นมัน กลับไม่เหมือนสิ่งที่เราได้ยินเลย ต่อให้เป็นคนที่เคยอยู่ในช่วงเวลา หรือ เคยเข้าไปที่จะเรียนรู้มันก็ไม่มีใครที่จะอธิบายความหมายของมันได้เลยเพราะว่าเมื่อถึงเวลาหนึ่งที่เราเหมือนจะรู้จักมันมากขึ้นนั้น ความหมาย หรือบางสิ่งบางอย่างนั้นก็มีการเปลี่ยนแปลงไป เรื่อยๆจึงไม่มีความหมายที่แท้จริงสำหรับมัน บางคนว่ามันเป็นทฤษฏีที่คนบางคนบอกว่า มันมีความหมายที่ เฉพาะระหว่างคน 2 คนเท่านั้น แต่ว่าในบางครั้งนั้น คน2 คนก็ไม่อาจที่จะหาความหมายที่แท้จริงของมันได้เพราะในบางครั้ง เมื่อเราจะเริ่มเข้าใจมัน มันก็อาจมีตัวแปรบางอย่างทำให้เราไม่สามารถที่จะเข้าใจมันได้ ทฟษฏีที่ว่านี้เปลี่ยนแปลงไปได้แต่ ก็ไม่มีใครที่จะทำให้มันมีรูปร่าง หรือ ความหมายที่แท้จริงได้เลย
นิยามความรักที่คนทั่วไปนั้นคิดคือ ความรัก+ความรัก=ความรักระหว่างเรา2คน ซึ่งหลายคนนั้นมักจะคิดกันแบบนี้แต่ว่าในบางครั้งนั้นมันจะไม่เป็นอย่างที่เราคิดเสมอไปหรอกนะ เพราะ
นิยามของความรัก ของคนเรานั้น มักแตกต่างกันไป แต่มีสิ่งหนึ่งนั้นที่เหมือนกันคือ การดูแล และการถะนุถนอมความรัก นั้นเอาไว้ให้ได้อย่าให้มันบาดเจ็บและ สลายไป จงดูแลความรัก และรักษามันอย่างสมบัติล้ำค่าเพราะไม่งั้น คุณจะไม่สามารถรู้ถึงนิยามนี้ได้เลย
ความรัก=ความรักระหว่างคน2คน+ความเ ชื่อใจ+ความจริงใจ+ความห่วงใย+การดูแลรักษา
"แล้วนิยามความรักของคุณละเป็นเช่นไร"
posted on 03 Dec 2009 17:37 by avartar
ในความว่างเปล่านั้น ย่อมมีความว่างเปล่า
ในความว่างเปล่านั้น ย่อมเติมเต็มได้
ในความว่างเปล่านั้น ย่อมเป็นที่พักพิงให้แก่ใจ
ในความว่างเปล่านั้น ย่อมว้าเหว่าขาดที่พึ่ง
ในความว่างเปล่านั้น บางทีมันเป็นการค้าหาภายในใจ
ในความว่างเปล่านั้น บางครั้งทำให้รู้สึกมืดมน
ในความว่างเปล่านั้น บางทีเรารู้สึกว่ามันสว่าง
ในความว่างเปล่านั้น เรามักเห็นสิ่งต่างๆมีความหมายเสมอ
ในความว่างเปล่านั้น ก็คือความว่างเปล่า
ในบางครั้ง เพื่อสนิทเรามักทำให้เรารู้ว่าความว่างเปล่านั้น ไม่มีเสอไป
อย่าน้อยเรา ก็จะไม่รู้สึกว่างเปล่าเสมอ
** ป้าเป็ด ที่ คอยสะกดให้หมีไม่รู้สึกว่าว่างเปล่าเกินไป ขอบคุณนะ**
** ขอขอบคุณสาวน้อยแววตาสะกดใจคน ที่เป็นเพื่อน ในยามที่เรารู้สึกว่างเปล่า**
ขอบคุณ ความว่างเปล่าที่ทำให้เรารู้ว่า มีความหมายดีๆเข้ามาหาเราเสมอ
edit @ 4 Dec 2009 08:39:57 by avartar
posted on 28 Nov 2009 21:49 by avartar
วันก่อน หยุดงานไปนั่ง จิบกาแฟที่ร้าน MR.bean สาขา มาบุญครองมานั่งจิบกาแฟไปเรื่อยๆ มันอาจเหมือนการนั่งฆ่าเวลาไปเรื่อย ที่หลายคนคิด และ มองว่ามันไม่มีประโยชน์แต่เราไม่คิดอย่างนั้นนะเ พราะอย่างน้อยเราได้พักใจของเราให้ไหลไปตามเสียงเพลง(ของ jack johnson) ทำให้ใจของเรานั้น ได้ค่อยๆๆผ่อนคลาย และ โล่ง ขึ้นเรื่อยๆ
แต่ทุกอย่างมันมักมี 2 ด้านเสมอ เพราะ สิ่งที่สบายดีมัน ช่างขัดกับภายนอกเสียเหลือเกิน เพราะ ตลอด 2 ฟั่งของถนน นั้น มันได้เต็มไปด้วยรถ และ ความเร่งรีบของคนเมืองกรุงที่ต้องแข่งกับเวลาเสมอ มันอาจเป็นภาพที่ คนที่มาร้านกาแฟ อาจรู้สึกขัดๆ(สำหรับบางคน) แต่สำหรับเรา มันเหมือนภาพที่ สวยงาม และ เติมเต็มให้ร้านกาแฟนี้เพราะมันทำให้เราได้ย้อนคิดถึง สิ่งต่างๆ ที่ผ่านเข้ามาพร้อมความเร่งรีบ แต่มนคราวนี้เรากลับมา มองว่า ความเร่งรีบ ของคนเหล่านั้น เป็นเครื่องจรรโลงใจให้กับเราในเวลานี้ เพราะสามารถช่วยให้เรา ผ่อนคลายและย้อนคิดถึงสิ่งต่างๆได้ดี
คนเราเวลาไม่สบายใจนั้น ย่อมหาที่เที่ยว หรือ หาอะไรทำเพื่อให้ช่วงเวลานั้นผ่านไปอย่างรวดเร็วแต่ไม่เคยปล่อยให้ใจเรานั้น ได้พัก กันเสียบ้าง มีหลายคนมักมองว่า เราไม่ค่อยยึดติดกับอะไร ดูล่องลอยแบบไร้จุดหมาย แต่เราจะยึดติดทำไมอะ เพราะยิ่งเรายึดติดกับอะไรมากมายเท่าไหร่นั้นเราก็จะมีความคาดหวังกับสิ่งนั้นมาก ก็เหมือนกับ "เรือที่ผูกเอาไว้ริมน้ำ ที่ไม่สามาร ออกไปกลางสายน้ำได้" สู้เราไม่ยึดติดกับตัวเรา และปล่อยให้ทุกอย่างนั้นเป็นไปตามสถาณการณ์จะดีกว่าไหม
คนเรามักมองว่าการไม่ยึดติดนั้นเหมือนเราไม่มีหลักแหล่งที่ดีพอ หรือ เรายังมีความคิดที่ไม่โต แต่เรากลับมองว่าทุกอย่างนั้นมันมีเหตุผลในตัวมันเอง ถึงแม้ว่าในบางครั้งนั้นเหตุผลนั้น อาจจะมีมากน้อยเมื่อเทียบกับสถาณการณ์ นั้นๆก็อย่างว่าและ เหตุผลของคนเรานั้นย่อมแตกต่างกัน เสมอเพราะฉะนั้นเราอย่ายึดติดกับ ทัศนคติ/ความคิด/ค่านิยม และ วัตถุ ภายนอกมากเกินไปน่าจะหันกลับมามอง และยึดติดกับตัวเราก็เพียงพอแล้ว
" เราควรไปตามทางน้ำของเรามากกว่าทางน้ำของคนอื่นที่คนอื่นสร้างไว้ ไม่งั้นเราก็ไม่สามารถที่จะออกสู่ทะเลที่เราต้องการได้"